รณรงค์วันไม่ดูทีวี ไม่ไปห้าง ไม่เรียนพิเศษ
ภาค 3
ตอนกิจกรรมทำสนุกกับลูกน้อย

หลังจากได้ให้ข้อมูลมาอย่างยืดยาว ก็ถึงเวลาที่เราจะมาร่วมกันแชร์กิจกรรมที่สามารถทำกับลูกน้อยเสียที สิ่งที่ดิฉันเอามาลงเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่เราทำได้ แต่ของดิฉันเน้นง่าย เพราะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องทำงานทั้งวัน จันทร์ถึงเสาร์ เพราะฉะนั้นไม่มีเวลาเตรียมอะไรมาก และมันก็เป็นอะไรในครัวที่คุณเองก็เอามาทำได้ ถ้าคุณผู้อ่านมีอะไรที่ทำแล้วคิดว่าแม่ๆ ท่านอื่นน่าจะสนใจก็ร่วมแชร์ด้วยนะค่ะ

แต่ก่อนอื่น ดิฉันขอแนะนำนะค่ะว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณจะเล่น อาจจะเล่นแบบไม่ต้องมีธีมเลย หรือถ้าจะให้ดีควรจะใช้หนังสือนิทานนำค่ะ เพราะเราจะมีบริบทในการนำมาพูดคุยกับลูกๆ เช่นเราไปเจอหนังสือนิทานเกี่ยวกับทะเล เราอาจจะทำเป็นธีมก็ได้ค่ะ ถ้าเรากำลังเล่านิทานเกี่ยวกับทะเล เช่น Rainbow Fish, Shark in the Dark, The Circus under the Sea, etc. เราก็ควรหาหนังสือวิทยาศาสตร์ หรือ หนังสือ Fact หรือ  Non Fiction Book ที่สอนเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้ทะเลให้ดูด้วย ปรินทร์ภาพสัตว์ทะเลต่างๆ แล้วแปะไว้ตามบ้าน พอเขาจะร้องไห้ ก็พาเดินดูภาพพวกนั้น พูดคุย อาจจะช่วยให้หยุดร้องได้ด้วย เออ!  จริงๆ แล้วมันมีหลักการอยู่ค่ะ ดิฉันทำวิจัยเรื่องสื่อรอบตัวเด็กกับการเรียนรู้ ตอนเรียนปริญญาโท Print Rich Environment ซึ่งก็เป็นจริงๆ ค่ะ เด็กเรียนรู้ได้จากภาพและคำเขียนต่างๆ ที่อยู่รอบตัว แล้วเวลาที่เด็กพยายามจะคิดหาคำตอบ ตาเขาจะเหลือกไปทางขวาด้านบน ดังนั้นถ้าจะแปะอะไรที่จะให้เขาจำได้ ก็อย่าลืมนะค่ะ  มุมขวาบนของสายตา

อีกเรื่องค่ะ เด็กเล็กๆ ช่วงขวบวัยแรกจะสนใจหนังสือภาพจริงมากกว่าภาพวาด ภาพการ์ตูน เพราะสมองเขายังไม่สามารถทำงานได้ซับซ้อนที่จะสามารถเชื่อมโยงภาพวาดกับภาพจริงได้ เพราะฉะนั้นถ้าลูกใครยังเล็ก อย่างลูกดิฉัน ก็เอาภาพจริงไปก่อนค่ะ

ท่าจะให้สนุกภาษามือและท่าทางต้องมาค่ะ เด็กเล็กๆ จะเรียนรู้คำศัพท์จากท่าทางด้วยค่ะ เพื่อนดิฉันแนะนำมาเรื่อง Sing and Sign และตอนนี้หลักสูตรอังกฤษก็เอา Talk for Writing ของ Pie Corbette มาสอนเด็กประถมในการเรียนการพูดและเขียน เพราะมันเชื่อมโยงกัน เด็กพูดได้ เล่าเรื่องได้ ทำท่าได้ ก็เขียนได้ ซึ่งก็จริงของเขา สนใจเพิ่มเติมหาดูได้นะค่ะ ลิงค์ด้านล่าง หรือเปิดดู YouTube ก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียตังค์

เด็กๆ ชอบเสียงเพลง และการพูดแบบซ้ำๆ ค่ะ เพราะเขาเรียนรู้ภาษาจากประโยคซ้ำๆ เหล่านั้น และทำให้เพลิดเพลิน มีนิทานเด็กหลายๆ เรื่องที่เด็กๆ ชอบอ่านและติดใจ ตัวอย่างเช่น Three Little Pigs เพราะมันมีประโยคซ้ำๆ ที่หมาป่าพูดว่า I'll puff, and I'll huff then I'll blow your house down! ไม่ต้องสอนเด็กๆ ก็รู้จากท่าทางว่า puff กับ huff นี้แปลว่า เป่าแรงๆ

หรือ Goldilocks เวลาที่หนูน้อยแสนซนเข้าบ้านหมีไป แล้วก็พูดว่า This bed is too hard. This bed is too soft. This bed is just right. แล้วก็เปลี่ยนไปเป็น This chair is too big. This chair is too small. This chair is just right! เห็นมั้ยค่ะ ว่ามันมีการพูดซ้ำๆ เป็นแพทเทิร์น เด็กๆ ชอบค่ะ แล้วได้เรียนคำศัพท์ใหม่ๆ ด้วย

ขออีกเรื่องค่ะ เรื่องโปรด We're going on a Bear Hunt. เด็กได้เรียนรู้เรื่องสถานที่ต่างๆ และเรื่องก็สนุก

ถ้าจะสอนเรื่องวันแต่ละสัปดาห์ หรืออาหารก็ต้องนี้เลยเรื่อง Hungry Caterpillar เพราะเจ้าหนอนกินอาหารแต่ละวันไม่ซ้ำ ก่อนจะกลายเป็นผีเสื้อ

ถ้าจะให้พูดเรื่องนิทานนี้ต้องพูดกันอีกยาวค่ะ เพราะดิฉันเคยฝึกงานเป็นคนเล่านิทานภาษาอังกฤษ ที่ British Council อยู่หลายปีตอนเรียนมหาวิทยาลัย ถ้าอยากสอบถามอะไรก็ถามได้เลยนะค่ะ ยินดีแนะนำค่ะ

กิจกรรมทำสนุก

1. ถาดน้ำแสนสนุก (สำหรับเด็กที่พึ่งหัดคว่ำ)

ในช่วงวันร้อนๆ และลูกดิฉันก็เล็กเกินกว่าจะทำอะไรได้มาก เพราะพึ่งจะคว่ำได ตั้งคอแข็งแล้ว ดิฉันก็เอาผ้าเช็ดตัวมาปูที่พื้น แล้วถาดเสริฟ์อาหารขนาดใหญ่มาใส่น้ำเล็กน้อย แล้วเอาโอซี่ (ลูกสาว) นอนคว่ำลงไปในถาด และให้ลงไปนั่งเล่น หรือจะคว่ำหน้าก็ได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวจม เพราะน้ำอยู่ในถาดแค่พอเปียก เอาของเล่นเป็ดน้อย นั้นนี้ใส่ไว้เล่นบ้าง หล่อนชอบมาก เพราะคลายร้อน การเล่นแบบนี้ใช้ได้กับเด็กที่ยังคลานไม่ได้เท่านั้นนะค่ะ เพราะไม่งั้นคลานออกมา หรือที่เดินได้แล้วนี้ใหญ่เลย เดี๋ยวลื่นค่ะ

ขออภัยที่ไม่มีรูปประกอบค่ะ โทรศัพท์พัง รูปเก่าๆ เลยหายหมด ถ้าใครทีเคยทำ หรือมีลูกที่อยู่ในวัยพึ่งคว่ำอยากลองทำดู ช่วยส่งรูปมาให้ดูด้วยนะค่ะ เพื่อนๆ คนอื่นจะได้เห็นภาพ

คล้ายๆ ภาพประกอบด้านล่าง แต่ของดิฉัน ถาดใหญ่กว่า และเอาลูกลงไปนอนคว่ำในนั้นเลยค่ะ

2. แพมเพิสมหัศจรรย์

กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งใน Sensory Play ที่เป็นที่นิยมค่ะ คำว่า Sensory Play คือการเล่นเพื่อเสริมสร้างสัมผัสด้านต่างๆ ของเด็ก ซึ่งก็มี หู จมูก ลิ้น มือ ปาก จะทำให้สมองเขาทำงานดีขึ้น เด็กจะเรียนรู้ได้ดีขึ้น ถ้าพวกเขาได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ค่ะ ดังนั้น พ่อแม่อย่างเราๆ ก็ควรที่จะให้พวกเขาได้สัมผัสอะไรใหม่ๆ หลายๆแบบ ทั้งลื่น ทั้งหยาบ ทั้งนิ่ม ทั้งแข็ง สมองของเขาจะได้รับข้อมูลที่หลากหลาย ไม่ต้องกลัวเปื้อนค่ะ เพราะล้างออกง่าย

สิ่งที่ต้องทำก็แค่เอาแพมเพิสลูกมาฉีกออก จากนั้นก็ให้โกยเอาเม็ดทรายด้านในนั้นมาใส่ถาดหรือกะละมัง แล้วก็ให้เทน้ำลงไป จนเห็นว่ามันเริ่มเป็นวุ่นนุ่มๆ แล้วแต่เราค่ะว่าอยากให้มันเละแค่ไหน ใส่น้ำได้เรื่อยๆ ค่ะ  ตอนแรกลูกสาวดิฉันก็แขยง ไม่กล้าจับ เพราะมันจะเละๆ แหยะ แต่พอได้จับก็มันเลย กำใหญ่ เพราะมันเย็นด้วย

เราอาจจะทำเป็นธีมก็ได้ค่ะ ถ้าเรากำลังเล่านิทานเกี่ยวกับทะเล เช่น Rainbow Fish, Shark in the Dark, The Circus under the Sea, etc. เราก็แค่เอาสีผสมอาหารสีฟ้าหยดลงไป แล้วเอาพวกตัวสัตว์ใต้ท้องทะเลใส่ไว้ จากนั้นเราก็ให้ลูกๆ สัมผัสไป หยิบตัวนั้น ตัวนี้ขึ้นมา แล้วเราก็สอนลูกเรื่องคำศัพท์สัตว์พวกนั้น เช่น Here is a crab! ฺBig snappy crap. What about this one? Wow!  Big shark! chomp chomp!

3. ข้าวกับมักกะโรนี (ใช้แทนทราย)

ถ้าไม่มีทราย ก็แค่เอาข้าวสารสีข้าวหรือมักกะโรนีมาใส่ถาดให้ลูกเล่นแทนทรายในบ้านค่ะ อาจใส่สีผสมอาหารเพื่อที่จะให้มีสีดูดึงดูดตา ดิฉันให้ลูกเล่นประจำ ตอนนี้นาง 15 เดือน ชอบหัดทำกับข้าวอย่างแม่ ก็เอามาทำเป็นทำกับข้าว เราก็ได้พูดคุยกับลูกไปด้วย ผัดข้าวนะ อร่อยมั้ย แกล้งทำเป็นกิน สนุกมากค่ะ ลองทำดู

4. เส้นสปาเกตตี้หลากสี

เอาเส้นสปาเกตตี้มาต้มจนสุกแล้วเอาแช่น้ำเย็น จากนั้นก็เอาใส่ถุงซิปล๊อก เทสีผสมอาหารใส่ แล้วเขย่าๆ จนสีติดจนทั่ว เอาไปให้เด็กๆ จับเล่น อาจทำหลายๆ สี สอนเรื่องสายรุ้งก็ได้ค่ะ เพลงสายรุ้ง เพลงโปรดลูกสาว สอนเรื่องสีสายรุ้งต้องนี้เลย ของ Mother Goose Club

5. โยเกิร์ตเย็นใส่สี

เอาโยเกิร์ตเย็นจากตู้เย็น เทใส่ถาด แล้วใส่สีผสมอาหาร แล้วให้ลูกได้สัมผัสความแหยะและเย็น หรือจะเอาตัวอะไรมาซ้อนก็ได้ค่ะ ให้เขามาจับ มาหา สีมันจะค่อยๆ ผสมกัน รวมเป็นอีกสี ถ้าคลำไปมานาน เขาก็จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของสีค่ะ ลูกอาจจะเอามือเข้าปากบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นสีผสมอาหาร แต่ไม่ควรกินจริงจังนะค่ะ

6. น้ำแข็งใส่สี หรือน้ำแข็งใส

เอาน้ำแข็งใส่ถาด แล้วให้ลูกหยิบใส่ร่องในถาดน้ำแข็งใหม่ หรือแค่ให้ลูกจับเย็นๆ ลูกต้องพยายามกำให้อยู่มือ เพราะฉะนั้นเขาก็จะได้เรียนรู้เรื่องการควบคุมกล้ามเนื้อมือด้วย หรือจะเอาช้อนให้ตักก็ได้ เป็นการทำงานร่วมกันของทั้งสมองและมือ สนุกค่ะ เย็นๆ เด็กชอบ

7. เจลลี่สีสวย

เอาเจลลี่วางใส่ถาด แล้วให้ลูกเล่นก็ยิ่งสนุก แล้วก็อร่อยใหญ่เลย หรือจะเอาไปแช่แข็ง จนเป็นเกร็ดน้ำแข็ง ก็เล่นสนุกไปอีกแบบค่ะ อะไรเย็นๆ เด็กชอบ

เอาใส่พิมพ์วุ้นเล่นได้

8. ทรายสี

พอดีได้ไปเดิน Ikea ตอนลดราคาค่ะ เลยได้ซื้อทรายสีๆ มา กระป๋องละ 40 บาท เลยได้มาลองเล่นกับลูกที่บ้าน พอดีช่วงนี้เล่นบัตรคำเรื่องกริยาต่างๆ กับลูก เลยเอาบัตรคำวางไว้ที่พื้นถาดก่อนเท เสร็จแล้วเททราย ให้ลูกแหวกทรายเอาการ์ดออกมา แล้วก็คุยกับลูกเรื่องภาพ เขาชอบค่ะ เสร็จแล้วก็อาจจะพาลูกใช้นิ้ววาดบนทราย เป็นการฝึกเริ่มหัดเขียนขั้นตอนแรกค่ะ จะเอาภาชนะในครัวมาให้เขาตักใส่ก็ได้ เป็นการรู้จักเรื่อง measurement หรือตักตวงค่ะ หรือจะเล่นทำกับข้าว ซ่อนสมบัติ ได้หลายอย่างเลยค่ะ

กิจกรรมข้างต้นจะเน้นไปทาง Sensory Play ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกที่ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ดิฉันไม่ได้คิดเองนะค่ะ ได้มาจากคนอื่นๆ อีกที ก็เลยลองทำ ผสมเล็กผสมน้อย แล้วนำมารวมๆ กัน เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ พี่เลี้ยงท่านอื่นๆ ค่ะ

ถ้าใครมีไอเดียอย่างอื่น หรือทำอะไรมาแล้วมาแชร์กันได้นะค่ะ ยินดีเสมอค่ะ

จะแชร์ด้านล่างนี้ หรือจะไปที่เพจ Playgroup Thailand ของเราได้ค่ะ

ตอนนี้กำลังตามล่าไลค์เพจ Facebook ให้ครบ 1 แสนไลค์ เพื่อจะเข้าไปคุยกับ Unicef Best Start Thailand มีจุดประสงค์เพื่อก่อตั้งและกระจายให้เมืองไทยมี Playgroup ราคาถูก กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย เหมือนต่างชาติค่ะ ร่วมกันไลค์ ร่วมกันแชร์ด้วยนะค่ะ

หรือใครที่พลาดไม่ได้อ่านภาคที่ 1 และ 2 คลิ๊กตามอ่านได้เลยที่ปุ่มด้านล่างนี้นะค่ะ